25 พฤติกรรมผิดสังเกตของน้องหมา-น้องแมว ที่บ่งบอกสัญญาณว่าน้องกำลังป่วย !!!

เข้าชม : 667




สำหรับคนที่ชอบเลี้ยงสัตว์ไม่ว่าจะเป็นแมวหรือสุนัขไว้เพื่อคลายเหงาแล้ว คุณเองก็ต้องให้ความสำคัญกับเขา ให้เวลา หรือให้ความใส่ใจต่อเขาบ้าง เพราะหากคุณละเลยต่อสัตว์เลี้ยงของคุณแล้วเขาอาจน้อยใจ หรือแสดงอาการผิดปกติต่างๆก็เป็นได้ และที่สำคัญลักษณะท่าทาง อาการผิดปกติต่างๆของสัตว์เองคุณก็ไม่ควรละเลยเช่นกัน เพราะลักษณะท่าทางต่างๆที่เขาแสดงนั้น คือสิ่งเดียวที่เขาสามารถสื่อสารกับคุณได้ !!



1. ไม่ยอมทานอาหาร หรือกินน้อยลง
การที่สุนัขไม่ยอมกินอาหาร หรือกินน้อยลง หรือบางทีรวมทั้งน้ำด้วย หรือหมดความกระตือรือร้นที่จะกินอาหาร จะเป็นสัญญาณบอกว่าสุนัขป่วย เริ่มป่วย หรือกำลังทุกข์ทรมานกับโรคร้ายต่างๆอยู่

2. มีอาการท้องผูก
อาการท้องผูกเป็นสัญญาณของโรคร้ายหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นความผิดปกติของลำไส้เรื้อรัง รวมไปถึงอาจจะเป็นการบาดเจ็บของไขสันหลังและเนื้องอกได้ หากสัตว์เลี้ยงของคุณเคยเป็นไข้เลือดออกแล้วด้วยนั้น ควรรีบพบแพทย์ทันทีเพื่อตรวจสอบอย่างละเอียดและดูแลอย่างใกล้ชิด

3. ปัสสาวะ
อาการของสุนัขที่กำลังปัสสาวะก็บ่งบอกความผิดปกติได้เช่นเดียวกับลักษณะปัสสาวะที่ออกมา การที่สุนัขปัสสาวะลำบากหรือด้วยความเจ็บปวด ความถี่ของการปัสสาวะ ลักษณะของปัสสาวะที่ออกมาซึ่งบางทีก็มีเลือดปน เป็นการบอกถึงสุนัขกำลังเป็นนิ่ว หรือกระเพาะปัสสาวะอักเสบก็ได้ ส่วนใหญ่จะเป็นกับสุนัขตัวผู้มากกว่าตัวเมีย

4. อุจจาระ
อาการอุจาระร่วง ถ่ายเหลวเป็นน้ำ หรือถ่ายเป็นมูก เป็นความผิดปกติแน่นอน แต่เจ้าของจะต้องสังเกตด้วยว่าอุจจาระที่ออกมามีลักษณะอย่างไร มีเลือดปนหรือไม่ เป็นมานานแค่ไหน หรือหลังจากกินอะไรเข้าไป ในทางตรงข้ามอาการท้องผูกเจ้าของก็ต้องสังเกตลักษณะอุจจาระเพื่อบอกสัตว์แพทย์เหมือนกัน

5. มีอาการท้องอืด อาเจียน
ถ้าสัตว์เลี้ยงของเรา มีอาการดังกล่าวนั้น แสดงว่ามีความผิดปกติของระบบย่อยอาหาร หรือมีปัญหาเกี่ยวกับตับ หรือความผิดปกติในระบบทางเดินปัสสาวะ




6. ลักษณะหน้าตา หัว หู และจมูก
หน้าตาจะมีขี้มูก ขี้ตาเกรอะกรัง มองแววตาก็รู้ว่าไม่สดใส เศร้าหมอง หรือในบางกรณีก็มีแววตาที่แข็งกระด้าง หรือไม่มีแวว ขุ่นมัว หรือตาวาวมากกว่าปกติในกรณีของโรคพิษสุนัขบ้า สำหรับความผิดปกติบริเวณหัว เช่น ในกรณีโรคหัด อาจจะมีอาการหนังหัวบริเวณข้างๆ หูกระตุก ซึ่งมาจากการกระตุกเป็นจังหวะของกล้ามเนื้อด้านข้างของกระโหลก

การอักเสบของหู อาจจะสังเกตเห็นน้ำหนอง หรือน้ำหนวกไหลออกมาจากหู หรือเห็นหนองเกรอะกรังอยู่บริเวณรูหู ประกอบกับสุนัขอาจจะมีอาการคัน เกาหูร่วมด้วย ถ้าพบขี้หูสีดำก็มีโอกาสที่สุนัขจะติดเชื้อไรในหูสูงมาก-จมูก จะเห็นได้ชัดว่า แห้ง บางครั้งอาจจะมีสะเก็ดด้วย สุนัขปกติจะมีจมูกที่เปียกชื้น และอาจจะมีน้ำใสๆ ในรูจมูก

7. ลูกตาเหล่
โดยปกติแล้วน้องแมวจะมีอาการลูกตาเหล่เมื่อยามตื่นนอน แต่มันก็ยังสามารถที่จะเห็นอะไรต่างๆ ได้ แต่ถ้าหากมีอาการดังกล่าวในช่วงเวลาปกติ ควรรีบพาไปพบสัตว์แพทย์ทันที ซึ่งสาเหตุอาจจะเกิดจากการติดเชื้อไวรัสชนิดหนึ่ง

8. หายใจติดขัด
หากเราได้ยินเสียงหายใจติดขัด ฮืดฮาดๆ แสดงว่ามีอาการผิดปกติบริเวณช่องท้องและหน้าอก หากเป็นบ่อยๆ ควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อตรวจอย่างละเอียด

9. หายใจถี่
การที่หายใจถี่มากขึ้น ซึ่งไม่เกิดจากการออกกำลังกายหรือการเล่นต่างๆ อาจเป็นสัญญาณของปัญหาหัวใจหรือความเครียดสะสมที่รุนแรง หรืออาจเกิดจากเห็บหมัดที่คอยกวนใจเพื่อนรักสี่ขาของเราก็ได้ เพียงแค่เรารีบพาไปพบแพทย์ให้เร็วที่สุด เพื่อการวินิจฉัยและรักษาโรคได้อย่างทันท่วงที

10. การเดิน การวิ่ง
การวิ่งการเดินที่ผิดปกติ นอกจากจะบอกถึงความผิดปกติที่โครงสร้างของกระดูก หรือกล้ามเนื้อแล้ว บางทีก็เป็นอาการที่เกี่ยวเนื่องกับระบบประสาท เช่น โรคหัด หรือพิษสุนัขบ้าได้



11. ส่วนขาและเท้า
สุนัขเดินกระเผลก เดินไม่เต็มฝ่าเท้า เป็นการบอกถึงอาการบาดเจ็บของกระดูกขา หรือข้อเท้า ข้อขา หรือบางทีการมีบาดแผลที่ฝ่าเท้าหรืออุ้งนิ้ว อาจมองเห็นเลือดไหลออกมา หรือฝ่าเท้าบวม ง่ามนิ้วของสุนัขบางทีก็เต็มไปด้วยเห็บ ทำให้สุนัขเจ็บที่บริเวณเท้าได้ การที่พบฝ่าเท้าหนาตัวในลูกสุนัข ซึ่งควรจะมีฝ่าเท้าที่นุ่มก็อาจเป็นอาการหนึ่งของโรคหัดได้

12. ขากะเผลก
ข้อนี้เป็นข้อที่ง่ายที่สุด เพราะอาการของสัตว์เลี้ยงจะแสดงออกได้ชัดที่สุด ถ้ากระเผลกขาไหนก็แสดงว่ามีความผิดปกติที่ขานั้น อาการนี้ควรรีบพาไปพบแพทย์ทันที หากปล่อยทิ้งไว้อาการอาจจะเป็นหนักขึ้นได้

13. มีอาการบวม
ข้อนี้สังเกตได้ง่ายมาก เพียงแค่เราสัมผัสสัตว์เลี้ยงก็จะทราบได้ทันทีว่ามีส่วนไหนที่บวมผิดปกติบ้างหรือไม่ มันอาจเป็นรอยช้ำจากการเล่นซนก็เป็นได้ แต่หากผ่านไปซักพักแลวมีอาการบวมขึ้นกว่าเดิม ให้รีบพาไปพบแพทย์เลยทันที

14. อุณหภูมิร่างกาย
สุนัขปกติจะมีอุณหภูมิร่างกายอยู่ระหว่าง 101-102 องศาฟาเรนไฮต์ ซึ่งจะเป็นอุณหภูมิที่สูงกว่าอุณหภูมิปกติของมนุษย์มาก (97 OF) ทำให้เป็นการยากที่จะใช้การจับต้องบริเวณร่างกายของสุนัข และบอกได้ว่าสุนัขเป็นไข้ การวัดอุณหภูมิสุนัขต้องใช้การวัดโดยเทอร์โมมิเตอร์ที่บริเวณก้น ถ้าสุนัขมีไข้อุณหภูมิจะสูงกว่า 102.5 OF

15. ลักษณะของลำตัว
ตามลำตัวของสุนัขป่วย อาจจะพบขนร่วงทั่วไป หรือเป็นหย่อม ผิวหนังอาจจะมีการตกสะเก็ด เป็นผื่นแดง หรือมีหนอง มีกลิ่นเหม็นผิดปกติ หรือมีกลิ่นเฉพาะ หรือมองเห็นจ้ำเลือดออกใต้ผิวหนัง เห็นได้ชัดจากด้านใต้ท้อง ก็เป็นอาการบ่งบอกของโรคตับได้ชัดเจน อาจมีก้อนบวมอยู่ใต้ผิวหนังที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน

ท้องบวมหรือกางออก ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นอาการที่เกิดจากมีน้ำในช่องท้อง หรือ "ท้องมาน" จะเป็นอาการของโรคที่เกี่ยวกับความผิดปกติของตับหรือระบบเลือด และโดยมากจะบวมแต่ท้อง ส่วนอื่นอาจจะเห็นได้ชัดว่าแห้งลง แต่ถ้าบวมไปหมดก็เป็นไปได้ทั้งอ้วนจริง หรือท้องมานรวมกับบวมน้ำทั่วทั้งตัว



16. อารมณ์
การตอบสนอง การที่เราเรียกสุนัขแล้วไม่ตอบสนอง หรือจำชื่อตัวเองไม่ได้ การที่อารมณ์เปลี่ยนแปลงไป ดุหรือเห่าอย่างที่ไม่เคยเป็น ก็เป็นอาการบ่งบอกถึงอาการผิดปกติทางสมองได้ เช่น โรคหัด หรือพิษสุนัขบ้า

17. น้องเอาหัวกดกับกำแพง
หากสัตว์เลี้ยงของเรามีอาการกดหัวกับกำแพงหรืออะไรแข็งๆ นั้นหมายความว่า คงมีอะไรที่รบกวนมันอยู่ในหัวแน่ๆ อาจจะมีอาการติดเชื้อในระบบต่างๆหรืออาจเป็นเนื้องอกก็เป็นได้ ดังนั้นเราควรที่จะพาไปพบสัตว์แพทย์ทันที

18. ซึมเศร้า
หากสัตว์เลี้ยงของเราปฏิเสธที่จะเล่นของเล่นต่างๆ ที่เคยชอบเล่น และมีอาการง่วงเหงาหาวนอนอยู่บ่อยๆ อาจจะมีปัญหาด้านหัวใจ หรืออาจมีเห็บหมัดที่รบกวนมันอยู่ก็เป็นได้

19. ซ่อนตัว ไม่ยอมออกมา
หากน้องหมาหรือน้องแมวหลีกเลี่ยงที่จะออกมาปฏิบัติกิจวัตรๆ ต่างประจำวัน และหลีกเลี่ยงการสัมผัสตัวของเราและมีพฤติกรรมแปลกๆ แสดงว่ามันเป็นสัญญาณที่อาจมีความเสียหายทางกายภาพหรือโรคต่างๆได้

20. มีความผิดปกติเวลาปลดทุกข์
แมวทุกๆ ตัวมีความคล่องตัวและไม่น่าจะเล็งการปลดทุกข์ลงกะบะทรายได้ยากอยู่แล้ว แต่ถ้าวันใดวันหนึ่งมันเกิดหมุนไปหมุนมาหาที่ลงไม่ได้ซักที นั้นแหละ เป็นสัญญาณเกี่ยวกับระบบทางเดินปัสสาวะ ซึ่งถ้ารุนแรงมากๆ อาจมีอันตรายถึงชีวิตกันเลยทีเดียว



21. เลียตัวเองที่ใดที่หนึ่งเป็นประจำ
อาการนี้สังเกตได้อย่างนิดนึง เพราะว่าสัตว์มักจะเลียตัวเองตลอดเวลา แต่ก็ใช่ว่าเราจะไม่สามารถสังเกตได้เลย เพราะมันจะเลียที่เดิมๆ ตลอดเวลา โดยเบื้องต้นลองดูจุดที่สุนัขเลียก่อน หากไม่พบสิ่งผิดปกติให้ลองพาไปพบสัตว์แพทย์ดูนะ

22. คร่ำครวญ คำราม เห่าหอนมากกว่าปกติ
ไม่ได้หมายความว่ามันเจอสิ่งลี้ลับอะไรหรอกนะ แต่เป็นการแสดงนอกถึงการเจ็บปวดทางกายภาพ ก็เหมือนคนเราที่เจ็บเป็นต้องร้องโอ้ยๆ นั้นแหละ มันเพียงต้องการความช่วยเหลือเท่านั้น แต่ถ้าไม่ได้เป็นทางกายภาพแล้ว อาจจะเป็นเพราะมีการอักเสบบริเวณต่างๆ ภายในหรือมีไข้สูงก็ได้

23. ก้มแปลกๆ แสดงท่าทางผิดธรรมชาติ
การก้มลงหรือหย่อนก้นพร้อมกับหางเข้ามาใต้ขาหลัง เป็นสัญญาณการบ่งบอกถึงการเจ็บปวดขั้นรุนแรง ถ้าเพื่อนรักสี่ขาของเราเป็นเช่นนี้แล้วควรรีบพาไปพบแพทย์ทันที บางทีพฤติกรรมนี้อาจเกิดจากโรคนิ่วในไตก็เป็นได้

24. หางสุนัข
สุนัขที่มีสุขภาพปกติและไม่มีอาการป่วยจะมีหางที่แกว่งไปมาไม่ใช่หางตกอยู่ระหว่างขาตลอด และบางทีก็พบว่า หางสุนัขเป็นบริเวณที่เกิดโรคผิวหนัง หรือขี้เรื้อนได้บ่อย และบางทีก็เป็นบริเวณแรกที่เกิดโรค อาการและพฤติกรรมที่ผิดไปจากที่เคยเป็น

25. อวัยวะเพศ
ตัวผู้ บางทีพบอาการบวมแดงของอวัยวะเพศ ส่วนใหญ่ถ้าไม่มีเลือดไหลออกมาเจ้าของจะไม่สังเกต หรืออาจสังเกตได้จากการที่สุนัขแสดงอาการเจ็บปวด เสียมากกว่าปกติ บางทีก็พบว่าอวัยวะเพศแข็งตัว ยื่นออกมาจากหนังหุ้มแล้วไม่หดกลับเข้าไป ทำให้แห้งและอาจเกิดเนื้อตายได้ ส่วนใหญ่ถ้าพบเลือดไหลออกมาจากปลายอวัยวะเพศ จะบ่งบอกถึงการที่สุนัขมีเนื้องอกติดต่อที่เรียกว่า Venereal Granuloma (VG) ซึ่งเป็นเนื้องอกที่เป็นมะเร็งชนิดหนึ่ง ติดต่อโดยการผสมพันธุ์

ซึ่งอาจจะมองเห็นก้อนเนื้องอกอยู่ที่อวัยวะเพศได้ไม่ยาก แต่การรักษาไม่ยากนักในปัจจุบัน การรักษาด้วยยาได้ผลเกือบ 100% บริเวณถุงอัณฑะที่พบบ่อยคือ การอักเสบหรือการแพ้ของผิวหนังบริเวณนี้ แมลงกัดหรือต่อย เป็นสาเหตุเกือบจะ 100% ที่พบอีกอย่างหนึ่งคือ การใช้ยางรัดของรัดบริเวณโคนถุงอัณฑะ อาจจะโดยการแกล้ง รู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือตั้งใจที่จะตอน กรณีนี้อาจจะต้องจบลงที่การผ่าตัดเอาถุงอัณฑะทั้งถุงออก

ตัวเมีย ที่พบบ่อยคือการที่เห็นเลือด หรือน้ำสีคล้ายเลือด หรือหนองไหลออกมาจากอวัยวะเพศ ถ้าเป็นน้ำเลือดใสๆ พร้อมกับเห็นอวัยวะเพศบวมแดง อาจจะเป็นอาการปกติของสุนัขที่กำลังเป็นสัด แต่ถ้ายังมีอาการดังกล่าวนานกว่า 2 อาทิตย์ และบางทีก็เห็นก้อนเนื้อโผล่ออกมา เกือบจะทั้งหมดจะเกิดจากเนื้องอก VG และบางทีโรคนี้อาจทำให้มองเห็นเหมือนอวัยวะเพศฉีกขาด และบวมใหญ่กว่าเดิมหลายๆ เท่าได้ การรักษาก็เช่นกันกับในตัวผู้

ภาพประกอบจาก : brightside.me




บทความแนะนำ





บทความ "ไลฟ์สไตล์"



มลพิษทางอากาศความเสี่ยงความรู้อันตรายสุขภาพสาระเรื่องน่ารู้ควันพิษ