12 อาหาร ''ยิ่งกินยิ่งหน้าเด็ก'' มีสารต้านอนุมูลอิสระ และสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนังช่วยลดริ้วรอยต่างๆ

เข้าชม : 404




ยิ่งอายุมากขึ้น ยิ่งต้องดูแลสุขภาพมากขึ้น โดยเฉพาะปัญหาริ้วรอยบนใบหน้า ที่ใครๆก็อยากจะหน้าเด็กใสกิ๊กอ่อนกว่าเยาว์กันทั้งนั้น แต่การจะพึ่งครีมทาหน้าเพียงอย่างเดียวคงไม่พอ การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ก็ถือว่าเป็นอีกปัจจัยหนึ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม ลองหันมารับประทานอาหารเหล่านี้ รับรองหน้าเด็กลงไปหลายปีแน่นอน


ภาพประกอบจาก : freshdirect.com

1. แซลมอน



กรดไขมันโอเมก้า 3 ที่ซ่อนอยู่ในเนื้อปลาแซลมอนคือส่วนประกอบสำคัญของการมีผิวพรรรณที่เต่งตึง นุ่มนวล และดูมีน้ำมีนวลอยู่เสมอ ดังนั้นใครอยากมีผิวเด้งเหมือนเด็กวัยใส อย่าลืมรับประทานปลาแซลมอนประมาณ 100-170 กรัมต่อมื้อ อย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์นะคะ

2. มะเขือเทศ

มะเขือเทศเป็นราชินีผลไม้ที่ช่วยบำรุงผิวพรรณได้เป็นอย่างดี เพราะในมะเขือเทศมีไลโคปีน (Lycopene) ที่ช่วยปกป้องผิวจากการถูกแสงแดดทำร้าย ทั้งยังมีสารต้านอนุมูลอิสระค่อนข้างสูง จึงช่วยบำรุงผิวพรรณให้ดูอ่อนกว่าวัย และชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัย ใครอยากผิวสวยก็จัดไปเลยมะเขือเทศสด ๆ วันละ 1 ลูกเป็นอย่างต่ำ

3. ผักกาดหอม

ผักกาดหอมแค่เพียง 6 ใบก็อุดมไปด้วยปริมาณวิตามินอีที่ร่างกายต้องการเกือบจะ 100% เต็มแล้วนะคะ ดังนั้นไม่ต้องสงสัยเลยว่าถ้าเรากินผักกาดหอมแล้วจะมีผิวพรรณใสเด้งได้อย่างไร แล้วไหนจะมีโพแทสเซียมที่สูงมากอีกอย่าง ซึ่งจะช่วยเพิ่มสารอาหารบำรุงผิวและกระตุ้นการเกิดออกซิเจนในเลือด ให้การไหลเวียนของเลือดกระฉูดคล่องตัวอีกต่างหาก โอ๊ย ! ดีอย่างนี้ไม่กินไม่ได้แล้ว


ภาพประกอบจาก : amazon.com



4. มันเทศ

สิ่งที่ความอ่อนเยาว์ต้องการจากมันเทศคือเบต้าแคโรทีนนั่นเอง ด้วยเบต้าแคโรทีนมีส่วนยับยั้งการเกิดอนุมูลอิสระ และจะเปลี่ยนตัวเองเป็นวิตามินเอไปไฝว้กับริ้วรอยแห่งวัยตามกาลเวลา โดยถ้าอยากผิวเด้งเป็นสาว 2,000 ปี ก็ควรจะกินมันเทศวันละ 1 หัว สลับกับการรับประทานแครอท แคนตาลูป หรือมะม่วงสุกก็ได้ เพื่อความไม่ซ้ำซากจำเจ

5. ถั่ว อัลมอนด์

อยากมีผิวกระชับเต่งตึงแนะนำให้กินถั่วเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นถั่วลันเตา ถั่วเหลือง ถั่วแระ ถั่วแดง ถั่วดำก็กินได้ทุกชนิด โดยเฉพาะหากคุณมีอายุอยู่ในช่วงระหว่าง 30-40 ปี การได้รับไอโซฟลาโวน (Soy Isoflavones) หรือที่เรียกกันว่าอะไกลโคน (Aglycone) มาช่วยบำรุงผิวพรรณและชะลอริ้วรอยแห่งวัยจะเป็นอะไรที่ใช่มาก

6. ไข่ไก่

ไข่ไก่ไม่ได้มีแค่โปรตีนเท่านั้นนะคะ แต่ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระตัวเด็ดที่ชื่อว่าลูทีนและซีแซนทิน ซึ่งมีคุณสมบัติปกป้องผิวจากรังสียูวี ตัวการทำร้ายผิวให้หมอง สาเหตุของการเกิดฝ้า กระ และจุดด่างดำ และหากใครกินไข่ไก่เป็นประจำทุกวัน คุณจะสัมผัสได้เลยว่าผิวพรรณจะเต่งตึง ดูมีน้ำมีนวลเหมือนสาววัยเอ๊าะไม่ผิดเพี้ยน


ภาพประกอบจาก : lifestylefstas.com.au

7. โฮลเกรน โฮลวีท และข้าวโอ๊ต

โฮลเกรน ข้าวโอ๊ต และโฮลวีททุกชนิดมีสารต้านอนุมูลอิสระและไฟเบอร์ค่อนข้างสูง ซึ่งมีคุณสมบัติในการบำรุงดูแลผิวพรรณให้มีสุขภาพดี เต่งตึง ไม่เหี่ยวย่นนั่นเอง

8. แอปเปิล

เปลือกแอปเปิลแอบซ่อนเควอซิทิน (Quercetin) หนึ่งในสารต้านอนุมูลอิสระชั้นเลิศที่จะช่วยปกป้องผิวจากการโดนรังสี UVB ทำร้าย และถ้าใครสามารถกินแอปเปิลได้วันละ 1 ลูกเป็นอย่างต่ำ ก็จะช่วยเสริมสร้างการทำงานของครีมกันแดดให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น แถมในแอปเปิลยังอุดมไปด้วยไฟเบอร์ที่จะช่วยเรื่องระบบขับถ่าย เปิดทางให้มีผิวใสดั่งผิวเด็กได้ไม่ยาก

9. องุ่นแดง

เรสเวอราทรอล (Resveratrol) เป็นสารที่อยู่ในเปลือกองุ่นแดง ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยยับยั้งการอักเสบ และช่วยปกป้องผิวจากรังสียูวีและภาวะแดดเผาไหม้ได้เป็นอย่างดี แต่ทั้งนี้ก่อนจะรับประทานองุ่นแดงก็ควรล้างและแช่ด่างทับทิมสักพัก เพื่อกำจัดสารเคมีและยาฆ่าแมลงด้วยนะคะ


ภาพประกอบจาก : nutriliving.com



10. ส้ม

อีกหนึ่งผลไม้ที่รู้กันดีอยู่แล้วว่ามีวิตามินซีสูง อีกทั้งส้มยังจัดว่าเป็นผลไม้ฉ่ำน้ำ แถมยังมีใยอาหารที่มากพอสมควร เท่านี้ก็คงพอการันตีได้แล้วว่า ส้มจะช่วยให้ผิวพรรณของเราผ่องใสไร้ริ้วรอยแห่งวัยได้อย่างไร โดยเฉพาะหากใครกินส้มเป็นประจำทุกวัน วิตามินซีที่อยู่ในส้มก็จะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนมากยิ่งขึ้น ผิวใส ๆ ก็มีได้ไม่ยาก

11. อะโวคาโด

อะโวคาโดอุดมไปด้วยกรดไขมันชนิดดีและกรดไขมันเชิงเดี่ยว ซึ่งจะช่วยให้ผิวไม่แห้งตึง ที่สำคัญกรดไขมันเหล่านี้ยังช่วยให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารและวิตามินต่าง ๆ เข้าสู่กระแสเลือดได้ดีขึ้นด้วยนะ

12. พริกหยวกและบรอกโคลี

ผักทั้ง 2 ชนิดนี้จัดได้ว่าเป็นผักที่ให้วิตามินซีค่อนข้างสูง ซึ่งวิตามินซีก็มีประโยชน์ต่อกระบวนการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนัง และเมื่อคอลลาเจนในผิวหนังมีอยู่มาก บรรดาริ้วรอยต่าง ๆ ก็จะไม่เกิด โดยเฉพาะริ้วรอยตีนกา ริ้วรอยตรงมุมปาก เป็นต้น โดยปริมาณการรับประทานพริกหยวกและบรอกโคลีเพื่อให้ร่างกายได้รับวิตามินซีที่เพียงพอ ควรต้องกินพริกหยวกและบรอกโคลีประมาณ 1 ถ้วยตวงต่อวัน



บทความแนะนำ




บทความ "ไลฟ์สไตล์"



เรื่องน่ารู้กาแฟเป็นโสดผลข้างเคียงผู้หญิงโสดไร้คู่นอนไม่หลับไม่มีคู่ข้อดีของการเป็นโสดติิดกาแฟใจสั่นทำงานประสบความสำเร็จ