12 เหตุผลดีๆที่ควรกิน ''กล้วยหอม'' ในทุกๆเช้า !!!

เข้าชม : 657




ในประเทศญี่ปุ่นการกินกล้วยมื้อเช้า ถือว่าเป็นที่นิยมอย่างมาก เพราะกล้วยนับเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์ที่สมบูรณ์แบบที่สุดชนิดหนึ่ง ในกล้วยนั้นจะมีวิตามินบี 1 และบี 2 ที่ช่วยในการเร่งเผาผลาญ น้ำตาลและไขมัน ทั้งยังช่วยฟื้นฟูร่างกายการจากเหนื่อยล้า และส่งผลให้ลดการบวมของร่างกายได้


ภาพประกอบจาก : pixabay.com

1. กล้วยให้พลังงาน


ในกล้วยมีน้ำตามธรรมชาติคือ น้ำตาลซูโครส ฟรุคโตสและน้ำตาลกลูโคส ซึ่งน้ำตาลพวกนี่เป็นแหล่งพลังงานที่มีไขมันและปราศจากคอเลสเตอรอล กล้วยเหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับเด็กและนักกีฬาสำหรับเป็นอาหารเช้า หรือเป็นอาหารว่างตอนเที่ยง

2. กล้วยมีวิตามินซี

คงมีหลายคนที่ไม่เชื่อว่ากล้วยจะมีวิตามินซีได้ แต่กล้วยนั้นจะให้วิตวามินซีประมาณ 10% ของความต้องการวิตามินซีในชีวิตประจำวัน ซึ่งวิตามซีมีประโยชน์ต่อร่างกาย อาทิเช่น ปกป้องร่างกายจากความเสียหายของเซลล์และเนื้อเยื่อ ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กได้ดีขึ้น ร่างกายสามารถผลิต คอลลาเจนซึ่งเป็นโปรตีนที่ช่วยยึดผิวและร่างกายไว้ด้วยกัน และผลิต Sertonin ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่มีผลต่อการนอนหลับ

3. กล้วยมีวิตามินบี 6

ในกล้วยนั้นมีวิตามินบี 6 จำนวนมาก ซึ่งที่สำคัญวิตามินบี 6 ที่อยู่ในกล้วยสามารถดูดซึมได้ง่ายในร่างกาย โดยวิตามินบี 6 มีประโยชน์มากกมาย ไม่ว่าจะเป็น ผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดง ทำหน้าที่เปลี่ยนคาร์โบไฮเดรตและไขมันให้เป็นพลังงาน สร้างกรดอะมิโน กำจัดสารเคมีที่ไม่พึงประสงค์ออกจากตับและไต รักษาระบบประมาท นอกจากนี้วิตามินบี 6 เป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับสตรีตั้งครรภ์ เพราะช่วยในการตอบสนองความต้องการในการพัมนาของทารก


ภาพประกอบจาก : pixabay.com

4. มีประโยชน์ต่อผิว

ซึ่งในกล้วยนั้นมีแมงกานีสประมาณ 13% ของความต้องการในแต่ละวัน โดยแมงกานีสช่วยให้ร่ายกายของคุณสร้างคอลลาเจนพร้อมทั้งปกป้องเซลล์ผิวและเซลล์อื่นๆ ต่อการทำร้ายของอนุมูลอิสระ

5. ช่วยย่อยอาหาร

ในกล้วยนั้นมีใยอาหารประมาณ 10-12% ของความต้องการของร่างกาย โดยเส้รใยที่ละลายน้ำช่วยให้ร่างกายควบคุมระดับน้ำตาลใในเลือดและกำจัดไขมัน เช่น ลดคอเลสเตอรอลได้ ในขณะที่เส้นใยที่ไม่ละลายน้ำจะเพิ่มน้ำหนักและความนุ่มนวลในการขับถ่ายทำให้สามารถขับถ่ายได้ง่ายขึ้น ช่วยให้ลำไส้แข็งแรงและปลอดภัยจากแบคทีเรียที่เป็นอันตราย ดังนั้นกล้วยจึงช่วยแก้ไขปัญหาท้องผูก และแผลในกระเพาะอาหาร

6. โพแทสเซียมในกล้วยดีต่อสุขภาพ

โดยจะมีโพเทสเซียมประมาณ 320-400 มิลลิกรัม ซึ่งเป็นปริมาณโพแทสเซียมประมาณ 10% ที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน โดยโพแทสเซียมจะช่วยให้ร่างกายมีสุขภาพที่แข็งแรงและลดความดับโลหิตได้ นอกจากนี้แล้วกล้วยยังมีโซเดียมต่ำ เมื่อมีโซเดียวต่ำและมีโพแทศเซียมสูงก็จะช่วยในการควบคุมความดันโลหิตสูงได้


ภาพประกอบจาก : pixabay.com

7. แก้อาการท้องผูก

การกินกล้วยมื้อเช้ายังมีส่วนช่วยทำให้อาการท้องผูกหายไป และส่งผลให้อุจจาระที่ตกค้างอยู่ในร่างกายค่อยๆ ลดลงอีกด้วย บางคนที่มีน้ำหนักเกินนั้น ไม่ได้เพียงเพราะมีไขมันล้นเกินเพียงอย่างเดียวหรอกครับ แต่เนื่องจากมีของเสียสะสมอยู่ในร่างกายมากเกินไปต่างหาก เพราะฉะนั้นหลังจากเริ่มกินกล้วยมื้อเช้าไปแล้ว ของเสียต่างๆ จะเริ่มค่อยๆ ถูกขับออกมาจนน้ำหนักลดลง

8. บำรุงสายตา

ในกล้วยก็มีวิตามิน A บวกกับเบตาแคโรทีน และอัลฟา แคโรทีนที่ช่วยบำรุงสายตาและประสาทการมองเห็นได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะป้องกันอาการตาพร่ามัว อาการมองเห็นไม่ชัดเจน

9. ลดความเครียด

เมื่อเรารู้สึกเครียดขึ้นมา ความดันเลือดจะพุ่งขึ้นสูงกว่าปกติ ซึ่งกระบวนการก่อความรู้สึกเครียดหรือวิตกกังวลตรงนี้ โพแทสเซียมที่มีอยู่ในกล้วยจะช่วยบรรเทาให้ความดันเลือดกลับเข้าสู่ภาวะสงบได้


ภาพประกอบจาก : pixabay.com

10. บำรุงหัวใจ

โพแทสเซียมเป็นสารสื่อประสาทที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของหัวใจ บำรุงหัวใจให้แข็งแรงไม่เสี่ยงต่อโรคหัวใจ และอย่างที่บอกสรรพคุณของกล้วยไปในเบื้องต้นว่ากล้วยมีโพแทสเซียมสูงมาก แถมมีโซเดียมน้อย ดังนั้นกล้วยจึงเป็นผลไม้บำรุงหัวใจ และบำรุงระบบหัวใจและหลอดเลือดที่มีประสิทธิภาพค่อนข้างสูง

11. แก้เมาค้างได้ชะงัด

จากผลการศึกษาพบว่า ถ้าคุณมีสติพอจะกินกล้วยก่อนเมาหลับสักนิด อาการปวดหัวเพราะเมาค้างอาจไม่เกิดขึ้นกับร่างกายคุณเลยก็ได้ เนื่องจากแร่ธาตุและสารอาหารในกล้วยจะช่วยบรรเทาอาการปวดหัวได้

12. บำรุงกระดูก

แม้กล้วยจะเป็นผลไม้ที่ไม่มีแคลเซียมเลย แต่ฟรุกโตโอลิโกแซกคาไรด์ Fructooligosaccharides (FOS) คาร์โบไฮเดรตที่มีคุณสมบัติเหมือนไฟเบอร์ละลายน้ำได้ตัวนี้ในกล้วย จะช่วยเพิ่ม ประสิทธิภาพการทำงานของระบบขับถ่าย และส่งเสริมให้ลำไส้ดูดซึมแคลเซียมจากอาหารที่กินได้มากขึ้น ทำให้ร่างกายได้รับแคลเซียมไปบำรุงกระดูกเพิ่มขึ้นตามไปด้วย




บทความแนะนำ





บทความ "ไลฟ์สไตล์"



เมนส์วิธีทำให้เราดื่มน้ำได้มากขึ้นปวดท้องดื่มน้ำให้มากกว่าเดิมดื่มน้ำประจำเดือนสุขภาพดีผู้หญิงเคล็ดลับแก้ปวดท้องประจำเดือนเคล็ดลับการดื่มน้ำ