ไม่อยากให้พังเร็ว อย่าทำ!! 10 ข้อห้ามทำถ้าไม่อยากให้เครื่องใช้ไฟฟ้าเสียเร็ว!

เข้าชม : 308




         ปัจจุบันเครื่องใช้ไฟฟ้าเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเรามากขึ้น ทำให้การใช้ชีวิตของเราสะดวกสะบายมากขึ้น แถมยังประหยัดเวลามากๆอีกด้วย

         แต่ก็ใช่ว่ามันจะอยู่ให้เราใช้งานได้ตลอดไป เครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละอย่างต่างก็มีวันเสื่อมสภาพของมัน และตัวเร่งให้มันพังเร็วอย่างคุณๆด้วย วันนี้ LadyBKK เลยมี 10 พฤติกรรมเสี่ยงจากเราที่คอยทำลายเครื่องใช้ไฟฟ้าอยู่ แต่เรากลับไม่รู้ตัวมาฝาก ซึ่งใครกำลังทำอยู่ ควรหยุด คงไม่มีใครอยากซื้อเครื่องใหม่บ่อยๆให้เปลื้องเงินหรอเนอะ ไปดูกันเลย

[ตู้เย็น]



เริ่มต้นกันด้วยปากท้องของเรา



1. การขนย้ายตู้เย็นแนวนอน

         :อย่าขนย้ายตู้เย็นแบบแนวนอนเพราะจะทำให้น้ำยาคอมเพรสเซอร์ตู้เย็นไหลออกมา ทำให้ระบบภายในเสียหาย แถมยังทำให้อายุการใช้งานสั้นลงอีกด้วย หากจะเคลื่อนย้ายตำแหน่งตู้เย็นควรขยับในแนวตั้งหรือเอียงได้ไม่เกิน 40 องศา

2 อย่าใช้งานตู้เย็นทันทีหลังขนย้ายเสร็จ

         :เพราะจะทำให้น้ำยาคอมเพรสเซอร์รั่วไหลออกจนทำระบบภายในเสียหายได้ครับ ควรรอประมาณ 4-5 ชั่วโมง หลังการขนย้ายเพื่อให้น้ำยาเข้าที่ค่อยใช้งาน

3. ไม่ทำความสะอาดตู้เย็น





         :นอกจากทำความสะอาดภายในตู้เย็นแล้ว เราควรดูแลรักษาความสะอาดขดลวดคอนเดนเซอร์หรือแผงความร้อนที่อยู่ด้านนอกที่ทำหน้าที่ระบายความร้อนบ่อยๆ เช่นกัน เพื่อช่วยลดกำลังการทำงานของเครื่องใช้ไฟฟ้าลงได้ ช่วยให้ประหยัดไฟมากขึ้น และยืดอายุการใช้งานของตู้เย็น

[ไมโครเวฟ]



1. ห้ามวางของบนไมโครเวฟ

         :เพราะจะทำให้ไมโครเวฟจะทำให้ไมโครเวฟรับน้ำหนักเกินจำเป็น และอาจไปบังช่องระบายอากาศทำให้ไม่สามารถระบายความร้อนได้สะดวก

2. อบอาหารน้ำหนักเกิน

         :  เพราะไมโครเวฟไม่สามารถรองรับน้ำหนักมากๆ ได้เหมือนเตาอบขนาดใหญ่ อาจทำให้ระบบหมุนถาดด้านล่างไม่ทำงาน ทั้งยังเสี่ยงต่อจานรองหมุนจะแตกอีกด้วย

3. อบอาหารด้วยภาชนะทั่วไป



         :เพราะการอบอาหารด้วยภาชนะที่ไม่ได้ระบุว่าสามารถใช้กับไมโครเวฟได้ นอกจากจะทำให้ไมโครเวฟเสียหายแล้ว อาจทำให้เกิดระเบิดขณะใช้งานได้

[เครื่องซักผ้า]



1. วางของหนักบนเครื่องซักผ้า

         :แม้ว่าเครื่องซักผ้าจะมีขนาดใหญ่แต่ก็ไม่ควรวางของที่หนักเกินไป รวมไปถึงไม่ควรท้าวแขน หรือเหยียบบนตัวเครื่องด้วยนะครับ เพราะอาจะจะทำให้เครื่องทรุด



2. ไม่ทำความสะอาดขอบยาง

         :เพื่อขจัดเชื้อราที่ขอบยางบริเวณฝาเครื่องซักผ้า เราควรทำความสะอาดขอบยางให้สะอาดและแห้งสนิท ด้วยการใช้ผ้าชุบน้ำส้มสายชูเช็ดให้ทั่ว แล้วเช็ดออกด้วยผ้าแห้งซ้ำอีกครั้ง เปิดฝาทิ้งไว้ให้อากาศถ่ายเท และหากเครื่องซักผ้าไม่มีระบบทำความสะอาดถังซัก ให้เปิดเครื่องทำงานด้วยระบบน้ำร้อนและเทน้ำส้มสายชูลงไป ทำซ้ำเดือนละ 1 ครั้ง

3. อย่าลืมเช็คของในกระเป๋าก่อนซัก

         :เพราะหากสิ่งของเหล่านั้นหลุดออกมาขัดกับกลไลระหว่างซักผ้าล่ะก็ อาจจะถึงคราวต้องยกเครื่องซ่อมกันยาวๆ เลยทีเดียว

4. ทิ้งผ้าค้างในเครื่องนานเกินไป



         :หากไม่อยากให้ตัวถังและสายพานของเครื่องซักผ้าต้องรับน้ำหนักผ้าเปียกเอาไว้นาน ๆ จนพังเสียหาย ควรรีบนำผ้าออกจากเครื่องทันทีที่ซักเสร็จเรียบร้อย


บทความแนะนำ




บทความ "ไลฟ์สไตล์"



เรื่องน่ารู้สาระเสริมนมความรู้หน้าอกวาไรตี้ขนาดหน้าอกประโยชน์เต้านมหน้าอกไม่เท่ากัน